:: [SF] Just fly.....(T.O.PxSeungri)

posted on 03 May 2008 16:21 by bigbang-gangz in FanFic

:: Just fly...... ::
Charecters : T.O.P x Seungri (2Seunghyun)
Rate : PG-13




Out of the cage and into the sky
หลุดออกจากกรงขังแล้วมุ่งสู่ท้องนภา.......








"อยากบินได้ไหม"

"อยากสิฮะ อากาศข้างบนคงสดชื่นน่าดูเลย"

 


การเฝ้าดูนกที่โผบินบนท้องฟ้าอย่างอิสระช่างทำให้รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวอย่างบอกไม่ถูก การที่ต้องเป็นนกอยู่ในกรง เฝ้ามองผองเพื่อนบินถลาจนหายลับขอบฟ้าไปทำให้รู้สึกอึดอัดจนอยากจะหนีไปไกลๆ


"จะไปไหน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างบางเดินไปที่ประตู

"ออกไปเดินเล่นฮะ พี่ให้ผมอยู่แต่ในห้อง ผมอึดอัด"

"จะขัดคำสั่งฉันรึไง อย่าลืมสิ ตอนนี้นายอยู่ในฐานะอะไร"

"ผมทราบฮะ" เด็กหนุ่มเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้อย่างเดิม ทำได้เพียงมองออกไปนอกหน้าต่างเฝ้ามองท้องฟ้าที่สดใจ ด้วยจิตใจที่ขุ่นมัว

เกือบจะเดือนแล้วที่ซึงรีถูกจับตัวมา พ่อของเขาเป็นมือปืนรับจ้างที่ถูกจ้างให้ไปฆ่าคนๆหนึ่ง ซึ่งเขามารู้ทีหลังว่าเป็นแม่แท้ๆของ "ซึงฮยอน" ชายที่กำลังจับจ้องเขาอยู่ในทุกๆนาทีตอนนี้

"ให้ผมไปเดินเล่นข้างนอกไม่ได้จริงๆเหรอ ผมไม่หนีหรอก"

"ก็ลองก้าวออกไปดูสิ แล้วจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" เจ้าของเสียงทุ้มต่ำชี้ไปที่ประตู แววตาเกรี้ยวกราดนั่นทำให้ซึงรีไม่กล้าจะหันไปมองอีกเป็นครั้งที่สอง

เวลาเกือบหนึ่งเดือน ช่างเป็นเวลาที่ยาวนานนับปีสำหรับซึงรี เขาถูกจับมาหลังจากพ่อของเขาตกลงรับงานสังหารนักธุรกิจหญิงชื่อดังและก็ทำสำเร็จเสียด้วย การอยู่ที่นี่เป็นสิ่งที่ทรมานที่สุดในชีวิต ซึงรีถูกขังให้อยู่แต่ในบ้านที่ไกลจากตัวเมือง แถวนั้นมีแต่ทุ่งโล่งกว้าง มองไม่เห็นบ้านเรือนอื่นเลยซักหลัง ภายในห้องนอนคับแคบมีหน้าต่างเพียงหนึ่งบานที่ซึงรีจะสามารถมองเดือนมองตะวันได้ แต่กระนั้นก็มีลูกกรงที่ชายหนุ่มคนที่จับเขามาจองจำเอามาติดไว้เพื่อไม่ให้เขาหนีไป การถูกกักขังยังมิใช่เรื่องที่ร้ายแรงที่สุด ซึงรียังต้องเป็นเครื่องรองรับอารมณ์ให้กับชายตรงหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย

 

 


"เท็มๆ กินข้าวๆ ซื้อของกินมาเยอะเลย" ชายหนุ่มหน้าตาท่าทางใจดี เปิดประตูเข้ามาในห้อง ในมือชูถุงอาหารอย่างร่าเริง

"บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกฉันแบบนี้จียง!" ซึงฮยอนพูดอย่างหัวเสีย

"อะไรกัน นี่อุส่าเข้าเมืองไปซื้อของกินมาให้ยังมาดุอีก ซึงรีมากินข้าวมาๆ" จียงหันมาถามซึงรี

จียงเป็นเพียงคนเดียวในบ้าน ที่ใจดีกับซึงรีมากที่สุด เขาปฏิบัติกับซึงรีอย่างน้องชาย ตรงกันข้ามกับเพื่อนสนิทอีกคนที่ปฏิบัติกับเขาเยี่ยงสิ่งน่ารังเกียจก็ไม่ปาน

"ไม่ต้องล่ะ....เด็กนี่ ไว้ค่อยเอาอาหารเหลือให้กินก็ได้ ปล่อยให้อดซักวันสองวันก็ไม่ตายหรอก"

"เท็ม...นายจะเกินไปแล้วนะ ซึงรีก็เป็นคนเหมือนเรา เรื่องแม่นาย เขาก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย ทำไมนายต้องทำถึงขนาดนี้ล่ะ"

"ถ้าไม่จับมันมา แล้วพ่อของมันจะโผล่หัวมาไม๊ล่ะ ฉันจะฆ่าไอ้ฆาตกรด้วยตัวของฉันเอง!"

"พ่อไม่มีทางมาช่วยผมหรอก...เขาต้องกบดาลหนีตำรวจ ไม่แปลกใจเลยเหรอ ว่าจับผมมาเกือบเดือนแล้วยังไม่มีวี่แววว่าพ่อจะมาตามผมเลย" ซึงรีเถียงขึ้น ซึ่งความจริงเขาไม่ชอบนักที่จะให้มีคนเรียกพ่อเขาว่าฆาตกร

"งั้นเหรอ! งั้นนายก็ตายอยู่ที่นี่แหละ ถ้าฉันฆ่าพ่อนายไม่ตายนายก็จงตายแทนพ่อนายซะเถอะ" ซึงฮยอนเกรี้ยวกราดใส่แล้วก็เดินลากจียงออกจากห้องก่อนจะปิดประตูไล่หลังดังโครม

 

แล้วทำไมไม่ฆ่าผมซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยล่ะฮะ~

อย่างน้อยคงจะดีกว่าต้องถูกกระทำเยี่ยงสิ่งไม่มีชีวิตจิตใจแบบนี้ อย่างน้อยนกที่อยู่ในกรง ยังมีเจ้าของมาให้ข้าวให้น้ำ คอยพูดคุยด้วย แต่เขาถูกปฎิบัติราวกับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารักเกียจ ซึงฮยอนไม่เคยซื้ออาหารมาให้เขาโดยตรง มีแต่จียงที่จะคอยเจียดอาหารเอาไว้เพื่อมาแบ่งให้เขาหลังจากซึงฮยอนกินอิ่มแล้ว ซึงฮยอนไม่ยอมให้เขานอนบนเตียงด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ในห้องก็มีเตียงอยู่ เขาให้ซึงรีนอนกับพื้นเย็นเฉียบ ปราศจาคหมอนหรือผ้าห่มไว้ช่วยให้ความอบอุ่นในคืนที่อากาศหนาวเหน็บ

 


เวลาเกือบเที่ยงคืนได้ ถ้านาฬิกาในห้องไม่ผิดเพี้ยน ซึงรียังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่บ่าย เขาชินกับการอดมื้อกินมื้อตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เสียแล้ว จียงไม่ได้เอาอาหารที่เจียดไว้มาให้เหมือนเคย ซึ่งก็ไม่น่าแปลกนัก เพราะซึงฮยอนไม่ชอบให้จียงทำแบบนั้น ซึงรีคอยมองออกไปนอกหน้าต่าง เขาคิดถึงบ้าน คิดถึงเพื่อนๆ และพ่อของเขาเหลือเกิน เขาไม่เคยคิดว่าพ่อเป็นฆาตกร พ่อทำอาชีพนี้เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว คนที่ผิดคือคนที่ว่าจ้างต่างหาก แต่ซึงฮยอนไม่เข้าใจหรือรับฟังใดๆทั้งสิ้น เขายังคงอาฆาตแค้นและชิงชังพ่อและซึงรีเป็นที่สุด

"ยังไม่นอนรึไง ไม่ต้องคอยจียงหรอก ฉันไม่ให้มันเอาอะไรเข้ามาให้นายกินเอง" ซึงฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

"พี่เข้ามาทำไม"

"วันนี้ฉันจะนอนห้องนี้ แล้วเลิกเรียกฉันว่าพี่ได้แล้ว ฉันไม่มีทางเอ็นดูนายขึ้นมาหรอกนะ" ซึงฮยอนทิ้งร่างบนที่นอนอย่างเหนื่อยอ่อน

"พี่จะขังผมไว้อีกนานแค่ไหนกัน พ่อไม่มีทางมาหรอก เชื่อผมเถอะ"

"ก็บอกแล้วว่าถ้าพ่อนายไม่โผล่มานายก็อยู่ที่นี่ไปจนกว่าจะตายนั่นแหละ"

"แต่พี่ฮะ..."

"ก็บอกว่าไม่ต้องเรียกพี่ไง!ฉันรังเกียจนายเข้าใจไหม"

สาเหตุที่ซึงรีเรียกผู้ชายทำกระทำกับเขาอย่างโจรโฉดว่า "พี่" ก็เพราะซึงฮยอนเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนของเขา เขาแอบชอบซึงฮยอนตั้งแต่ยังไม่ขึ้น ม.ปลาย แต่ซึงฮยอนไม่เคยรับรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของซึงรีแม้แต่น้อยจนกระทั่งแม่ของเขาถูกยิงเสียชีวิต ตอนนี้ซึงรีต้องทนทรมานกับการถูกกักขังและทำร้ายสารพัด จากคนที่เขารัก คนที่เขาชื่นชม แต่คนๆนั้นกลับเกลียดชังซึงรียิ่งกว่าสิ่งใด เขาต้องทุกข์ทนกับความเจ็บปวดทั้งกายและใจมาเกือบเดือน ร่างกายและจิตใจที่อ่อนล้ากำลังกรีดร้องอย่างสิ้นหวัง น้ำตาที่ต้องเสียไปไม่รู้กี่สิบครั้งกำลังเหือดแห้งด้วยความด้านชา

"จะนั่งทื่ออยู่ตรงนั้นอีกนานมะ...ปิดไฟแล้วมานอนซะทีสิ" สิ้นเสียงคำสั่ง ซึงรีเดินไปปิดสวิชต์ไฟอย่างว่าง่าย เขาไม่รู้ว่าจะดื้อรั้นไปเพื่ออะไร เขาไม่ได้อยู่ในฐานะจะต่อล้อต่อเถียงหรืออ้อนวอนอะไรทั้งนั้น  แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างให้เห็นแววตาของซึงฮยอนที่กำลังจ้องมองซึงรีอย่างไม่วางตา เขาทำได้แค่ไม่ยอมสบสายตาคู่นั้นแล้วมาทรุดลงนั่งข้างๆเตียง

"ขึ้นมานอนข้างบน"

"จะนอนได้ไงล่ะ นายจะนอนไม่ใช่เหรอ" ครั้งแรกที่ซึงรีพยายามเรียกซึงฮยอนในสรรพนามอื่น

"ขึ้นมานอนกับฉันไง"

"นายบอกว่ารังเกียจฉันไม่ใช่รึไง แล้วทำไมถึงยอมให้ฉันไปนอนด้วยล่ะ"

"ในสายตานายฉันมันก็โฉดชั่วใจทรามอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ นายก็สกปรกโสโครกน่ารังเกียจ มันออกจะเข้ากันไม่ใช่รึไง" ไม่ทันที่ซึงรีจะเถียงอะไรอีก ร่างใหญ่ก็ลุกขึ้นมากระชากแขนเล็กๆของซึงรีให้ลุกขึ้นแล้วเหวี่ยงลงเตียงไปเต็มแรง

"อย่างน้อยคืนนี้นายก็จะได้นอนบนเตียงไง" ซึงฮยอนกล่าวพลางทำสายตาโหดเหี้ยม

"อย่ามาจาบจ้วงฉันนะ ถ้าฉันมันน่ารังเกียจนักทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ"

"ก็เพราะนายมันเหมาะกับการกระทำแบบนี้แล้วไงล่ะ ชอบฉันนักไม่ใช่เหรอ ทำเป็นหวงเนื้อหวงตัว ความจริงดีใจจนตัวสั่นแล้วล่ะ" คำพูดที่ทำซึงรีแทบสิ้นสติ  รู้ได้อย่างไรกันว่าเขาชอบซึงฮยอน

"พี่...." ซึงฮยอนไม่ปล่อยให้ร่างตรงหน้าได้เอื้อนเอ่ยอะไรต่อ เขาหยิบยื่นจูบที่เร่าร้อนและหื่นกระหายให้ซึงรีที่ตอนนี้สติหลุดลอยไปแล้ว ร่างบางพยายามขัดขืนดึงรั้งข้อมือที่ถูกพันธการไว้ด้วยฝ่ามือที่ใหญ่กว่าอย่างสิ้นหวัง เขาไม่มีทั้งเรี่ยวแรงทั้งจิตใจที่เข้มแข็งพอจะต่อต้านชายคนนี้อีก หยาดน้ำใสๆพรั่งพรูออกมาโดยไม่รู้ตัว ซึงฮยอนรู้สึกได้ถึงความชื้นตรงแก้มของคนตรงหน้า เขาถอนริมฝีปากแล้วก็เปลี่ยนมามองหน้าร่างบางที่กำลังสะอึกสะอื้น

"ดีใจจนร้องไห้เลยรึไง"

"........." ซึงรีไม่ได้โต้ตอบอะไร  ซึงฮยอนตัดสินใจทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เขาไม่คิดจะจาบจ้วงอะไรจากซึงรีอีก เขาเองก็มีมนุษยธรรมพอ เด็กชายตรงหน้าไม่ได้รับรู้อะไรด้วยแต่เขากลับจับมาขังไว้แล้วก็ทรมานสารพัด แค่นี้ก็คงมากพอแล้ว

"ฉันไม่มีอารมณ์กับร่างกายที่ไม่ต่างจากซากศพอย่างนายหรอก" ซึงฮยอนว่าก่อนจะหลับตาอย่างเหนื่อยอ่อน แต่แล้วหลายๆอย่างก็บีบให้เขาต้องรู้สึกผิดที่ซึงรีไม่ได้โต้ตอบอะไรเพียงแต่อดกลั้นนอนปาดน้ำตาอย่างน่าเวทนา เขาตัดสินใจคว้าร่างบางมากอดไว้หลวมๆ

"หลับซักทีสิ...ห้ามขัดคำสั่ง" ถึงการกอดแล้วตบหลังเบาๆไม่ได้ช่วยให้คลายความเจ็บปวดจากการกระทำที่ป่าเถื่อนเมื่อครู่ แต่ก็ช่วยบรรเทาความหวาดกลัวจากใจไปได้ไม่น้อย


หัวใจที่แตกสลาย ความแค้นที่ก่อเกิดกำลังทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนชิงชังและรักในคราวเดียวกัน
มันจะเป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหน......เมื่อไหร่ละครเรื่องนี้จะถึงตอนจบ
ตอนที่ทุกๆอย่างลงเอยไม่ว่าจะด้วยความปิติหรือเศร้าโศก


ไม่รู้ว่านานเท่าใดกันที่เขานอนกอดร่างบางพลางฮัมเพลงเบาๆไปด้วย มารู้อีกทีคนตรงหน้าก็ผลอยหลับไปเสียแล้ว คราบน้ำตายังเป็นเครื่องยืนยันถึงความเจ็บปวดที่เขาได้สร้างไว้เมื่อครู่หรืออาจจะซักพักใหญ่ๆ ทำไมเขาถึงใจไม้ไส้ระกำกับเด็กที่ทั้งไร้เดียงสาและไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรคนนี้ได้ ทำไมน่ะหรือ....คงเพราะรังเกียจ รังเกียจที่ไม่ว่าเขาจะกระทำสารพัดให้รู้สึกเจ็บปวด แต่ซึงรียังคงเรียกเขาว่า"พี่"อย่างที่เคยเรียก ยังคงพูดจาด้วยถ้อยคำที่น่าเอ็นดู ไม่ว่านี่เป็นการเสแสร้งหรือเพราะซึงรีชอบเขาอย่างที่ใครๆว่าจริงๆ ยังไงเขาก็ไม่มีทางให้อภัยมือปืนที่พรากแม่ของเขาไปอย่างพ่อของเด็กคนนี้แน่ๆ เขาอยากทำให้ซึงรีเจ็บปวด อยากให้พ่อของซึงรีได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดเมื่อได้เห็นคนที่เป็นที่รักกำลังตายลงไปช้าๆ


ในตอนเช้า ท้องฟ้าเป็นสีเทา อากาศไม่สดใสพอที่จะมองออกไปนอกหน้าต่างได้อย่างรู้สึกสดชื่นนัก ซึงรีตื่นขึ้นมาแล้วก็พบว่า ซึงฮยอนไม่อยู่แล้ว ที่นอนข้างๆก็เรียบสนิท เย็นเฉียบราวกับไม่มีใครนอนมาก่อน เขาเริ่มไม่มั่นใจว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นเพียงความฝันลมๆแล้งๆที่ซึงฮยอนจะนอนกอดเขาทั้งคืนหรือไม่ ไม่อยากเชื่อว่าชายที่เกลียดขี้หน้าเขาอย่างกับอะไรดีจะนอนฮัมเพลงกล่อมเขาจนหลับไปได้ทั้งคืน ตกลงมันคือความจริงหรือแค่ภาพลวงตาที่เขาสร้างขึ้นมาเพราะความเจ็บปวดกันแน่.....

ป๊อกป๊อกป๊อก! แกร๊ก... จียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมถาดอาหาร เขายังคงเป็นชายที่แสนดีที่คอยมอบรอยยิ้มให้ซึงรีอยู่ตลอด

"ข้าวเช้าๆ ข้าวต้มนะ กินได้ใช่ไหม"

"พี่ยกมาแบบนี้เดี๋ยวพี่ซึงฮยอนเขาก็ว่าพี่อีกหรอกฮะ"

"ไม่ๆ คราวนี้พี่ไม่ได้แบ่งมาซะหน่อย เท็มมันซื้อมาตั้งสามชุด แล้วของพี่กับของมันอย่างละชุด ที่บ้านจะมีใครอีก นอกจากนาย พี่ถามว่าของนายรึเปล่ามันก็ไม่ได้ตอบ พี่เลยใส่ชามเอามาให้ มันไม่ได้ว่าอะไรอ่ะ คงของนายแหละ" จียงยกถาดมาตั้งที่โต๊ะเขียนหนังสือ

"ขอบคุณนะฮะ ฝากไปขอบคุณพี่ซึงฮยอนด้วย"

"ไม่ต้องมาขอบคุณหรอก!" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังมาจากประตู

"อ่าวเท็ม กินอิ่มแล้วเหรอ..."

"ตอนไปซื้อที่ร้านข้าวต้ม มันเหลือพอสามชุด ฉันก็เลยเหมามา มันเหลือถุงนึง นายเลยโชคดีไป ฉันไม่ได้ตั้งใจซื้อมาเผื่อนายหรอกนะ"

"ปากแข็งจริงนะนาย" จียงอมยิ้ม

"นายก็เงียบเถอะ แล้วจะอยู่ในนี้อีกนานมะ วันนี้เวรนายซักผ้านะ"

"เออๆ มันก็เวรฉันทุกที พอถึงตานาย นายเคยทำมั่งมะ"

"จะไปดีๆหรือจะให้ถีบไป"

"เออๆ ไปแล้วๆ"


ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องอีกครั้ง ซึงรียังไม่กล้าแตะต้องข้าวต้มที่จียงยกมาให้ ซึงฮยอนไม่ได้พูดอะไร เขาเดินไปนั่งที่เตียงแล้วก็มองซึงรีด้วยแววตามาดร้ายเหมือนทุกๆวัน

"ไม่มียาพิษในนั้นหรอก ฉันไม่คิดฆ่านายด้วยวิธีสบายๆแบบนี้หรอกนะ" ซึงฮยอนชี้ไปที่ชามข้าวต้ม

"ผมไม่ได้คิดว่าในนี้จะมียาพิษหรอกฮะ ถึงมีผมก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ผมกินได้จริงๆเหรอ"

"จะให้ฉันเอาไปเททิ้งไหมล่ะ ฉันไม่สนอยู่แล้วว่านายจะอดอยาก ทนหิวได้แค่ไหน แล้วก็ไม่สนด้วยว่าจะทำนายอดตาย ถ้านายไม่กินฉันเอาไปเททิ้งให้หมากินก็ได้" ซึงฮยอนลุกมาทำท่าจะหยิบชามข้าวต้มไป

"เดี๋ยวฮะ...ผมกินก็ได้ อย่าเอาไปเททิ้งเลยนะฮะ"

"ก็แค่เนี๊ย!" ซึงฮยอนพูดใส่ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เตียง

เขามองดูอีกฝ่ายนั่งกินอาหารเช้าเงียบๆ ซึงรีผอมไปมากถ้าเทียบกับวันแรกที่ถูกจับมา จากเด็กที่แข็งกระด้าง ดิ้นรนทุกอย่างเพื่อจะกลับบ้าน ก็กลายเป็นคนเงียบๆ ดูไม่มีชีวิตชีวาและความสุขเหลืออยู่แล้ว ทั้งๆที่การที่ซึงรีเป็นแบบนี้ เขาน่าจะดีใจและสาแก่ใจที่สุด กลับกันเขากลับรู้สึกเจ็บปวดกับการกระทำของตัวเองเสียมากกว่า


"พี่ฮะ เดี๋ยวผมยกจานไปล้างนะฮะ ผมยังไม่ได้ออกนอกบ้าน คงไม่เป็นไรใช่ไหม"

"........" ซึงฮยอนไม่ได้ตอบอะไร

"พี่ฮะ ผมจะเอาจานไปล้าง"

ซึงฮยอนลุกขึ้นจากเตียง เขายังคงไม่พูดอะไร ซึงรีที่ถือถาดรออยู่มองอย่างรอคำตอบ ซึงฮยอนจึงเดินมาเปิดประตูให้ซึงรีเดินออกไป แล้วเดินตามไปติดๆ

"พี่ไม่ต้องเฝ้าผมขนาดนี้ก็ได้ฮะ ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่หนีหรอก"

"คนอย่างนาย เชื่อได้ด้วยรึไง ตอนมาใหม่ๆฉันแทบจะล่ามโซ่นายไว้ อย่าคิดว่าทำตัวดีๆแล้วฉันจะใจอ่อนนะ นายหลอกฉันไม่ได้หรอก"

ซึงรีได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เขาเดินมาที่ครัวเพื่อล้างจานก็พบกับจียงกำลังแยกเสื้อเพื่อเอาลงเครื่องซักผ้าอยู่

"ให้ผมช่วยไหมฮะ"

"อ่อ ไม่ต้องหรอก ฉันทำประจำอยู่แล้ว จะเอาจานมาล้างเหรอ"

"ใช่ฮะ"

"น้ำยาล้างจานอยู่ตรงตู้ใต้อ่างนะ"

ซึงฮยอนยังคงยืนมองสองคนตรงหน้าคุยกันอย่างสนิทสนม จียงกับเขาปฏิบัติต่อซึงรีต่างกันอย่างสิ้นเชิง เขาเป็นฝ่ายทำร้าย จียงมักจะเป็นฝ่ายรักษา สาเหตุนี้เองที่ทำให้ซึงรีสนิทกับจียงได้ง่ายๆ

"วันนี้ฝนคงตก ฉันว่านายยังตากผ้าไม่ได้หรอกนะ" ซึงฮยอนพูดขึ้นบ้าง

"แล้วจะเอาเสื้อที่ไหนใส่ล่ะเนี่ย ยังไงก็ต้องตาก" จียงหันมาให้เหตุผล

"ถ้าฝนตกนายก็รับผิดชอบแล้วกัน" ว่าแล้วเขาก็เดินออกไป ทิ้งจียงกับซึงรีไว้ในครัวพร้อมกับความรู้สึกที่ว่า ซึงฮยอนดูแปลกๆไป

"เวลามีคนเถียงปกติพี่เขาจะโมโหไม่ใช่เหรอฮะ ทำไมวันนี้พี่เขาเงียบจัง"

"คงกำลังกลุ้มใจอะไรอยู่แหละ ปกติถ้ามีเรื่องให้เครียดจะซึมๆแบบนั้นแหละ อย่าไปสนใจเลย"

"อ่อ...ถ้าฝนตกผมจะไปช่วยพี่เก็บผ้าเองนะฮะ ไม่ต้องห่วง" ซึงรียิ้มให้ แทบจะเป็นรอยยิ้มที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นนัก แม้แต่จียงเองก็ยอมรับว่าเขาได้เห็นรอยยิ้มของซึงรีเพียง 2 ครั้งเท่านั้นเอง คือตอนที่เขาเข้ามาปลอบซึงรีในคืนที่ซึงฮยอนลงไม้ลงมือใส่ในวันแรกที่ซึงรีโดนจับตัวมา กับตอนนี้ ขณะที่ซึงรีกำลังล้างจานอยู่

"นี่ถ้าไม่ติดว่าฉันเป็นเพื่อนกับเท็มมันมานาน ฉันคงปล่อยให้นายหนีไปแล้วล่ะ นายเป็นเด็กดีมากเลยนะ แต่ช่วยไม่ได้จริงๆที่ฉันทำอะไรไม่ได้เลย" จียงแฝงความรู้สึกผิดไว้ในคำพูดของตนเอง เขาสงสารเด็กคนนี้เอามากๆ เขาต้องทนเห็นซึงรีถูกใช้งาน ถูกตบตีและนอนร้องไห้โดยที่ตนเองไม่สามารถทำอะไรได้

"ไม่เป็นไรหรอกฮะ ผมไม่อยากให้พี่เดือดร้อน นี่เป็นปัญหาของผมและพ่อของผม แม้ผมไม่รู้ว่าสุดท้ายมันจะลงเอยยังไง แต่ยังไงผมก็ต้องอยู่ที่นี่ต่อไปจนกว่าพี่ซึงฮยอนจะหายเจ็บแค้นในตัวพ่อของผม แต่พ่อไม่มีทางมาช่วยผมหรอกฮะ ป่านนี้คงหนีตำรวจไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้" ถึงจะเป็นถ้อยคำซ้ำๆที่ซึงรีพูดเป็นครั้งที่ร้อยว่าพ่อไม่มีทางมาช่วยเขา มันก็ไม่ได้ช่วยให้เขาถูกปล่อยตัวกลับไปได้เลยสักครั้ง

 

เย็นนั้นซึงรียังคงนั่งอยู่ข้างหน้าต่างมองออกไปข้างนอกแม้ท้องฟ้าจะไม่สดใสอย่างทุกๆวัน ซึงฮยอนไม่ได้มานั่งเฝ้าเขาอย่างเคย แต่นั่นก็ช่วยให้ซึงรีมีเวลาได้อยู่กับตัวเอง ไม่นานเม็ดฝนก็หยดแหมะลงมาที่ขอบหน้าต่าง เป็นอย่างที่คาด ฝนตกจริงๆ เขานั่งมองเม็ดฝนที่หยดกระทบหน้าต่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้.......

"ตายล่ะ!" ซึงรีอุทานขึ้นมา เขาเพิ่งจะนึกได้ว่าจียงตากผ้าไว้ ซึงรีรีบเปิดประตูออกจากห้อง วิ่งไปเรียกจียงที่อยู่ในห้องของเขา ซึ่งอากาศเย็นแบบนี้คงเผลอหลับไปแน่ๆ ซึงรีเคาะประตูถี่ๆ ก่อนจะตัดสินใจวิ่งออกมานอกบ้าน เป็นครั้งแรกที่เขาก้าวพ้นประตูบ้านหลังนี้เป็นครั้งแรก เขาไม่ใส่ใจที่จะคิดหนี สิ่งหนึ่งที่อยู่ในหัวตอนนี้คือผ้าที่จียงตากไว้หลังบ้าน เขาไม่อยากให้จียงถูกซึงฮยอนดุอีกจึงตรงรี่ไปที่ลานตากผ้าทันที

สิ่งที่เขาเห็นถ้าตาไม่ฝาดไป   มีคนมาเก็บผ้าอยู่ก่อนแล้ว เพียงแต่คนๆนั้นไม่ใช่จียง

"พี่ซึงฮยอน..." เขาเผลอเรียกชื่อขึ้นด้วยด้วยความกลัวโผล่ขึ้นมาในสมอง ซึงฮยอนไม่อนุญาตให้เขาก้าวขาออกนอกประตูบ้าน เขาจะโมโหทุกครั้งที่ซึงรีย่างกรายไปใกล้ประตูทางออก แล้วซึงรีก็ตระหนักได้ว่า เขาคงต้องโดนซ้อมไม่ก็ถูกขังให้อดข้าวอดน้ำอีกแน่ๆ

สายฝนยังคงโปรยปราย ซึงฮยอนสังเกตเห็นซึงรีที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลนัก ทันใดนั้นเขาก็ละความสนใจจากผ้าที่เก็บ แล้วเดินอาดๆตรงมาจุดที่ซึงรียืนอยู่

"กล้าดียังไงถึงออกจากบ้าน!" เขาตะคอกใส่

"ขะ...ขอโทษฮะ ผมเห็นฝนตก เลยจะรีบมาเก็บผ้า"

"บอกหลายครั้งแล้วใช่ไหม ว่าถ้านายก้าวขาพ้นประตูมาเมื่อไหร่นายเจอดีแน่"

"ผะ...ผม ไม่ได้ตั้งใจ ผมไม่ได้จะหนีนะฮะ"

"จะลองดีกับฉันใช่ไหม!" ซึงฮยอนกระชากแขนซึงรีแล้วรั้งเข้าไปหาอย่างแรง

ซึงรีกลัวจนร้องไห้ แม้สายฝนกลบเกลื่อนน้ำตาเขาได้ แต่แววตาที่แดงก่ำนั้นแสดงให้เห็นว่าเขาหวาดกลัวมากแค่ไหน ฝนตกแรงขึ้นเรื่อยๆแต่ทั้งคู่ยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น

"ผมขอโทษ..." ซึงรียังคงพร่ำพูดคำนี้อยู่ไม่ขาดสาย แววตาที่เย็นชาของอีกฝ่ายทำให้เขารับรู้ถึงชะตากรรมของตัวเอง เขาสลัดมือของซึงฮยอนให้ออกไป แต่กลับถูกคว้ากลับมาแล้วบีบแน่นกว่าเก่า

"ไปซะ!" ซึงฮยอนกลับคลายมือที่จับแขนของซึงรีไว้

"หมายความว่าไงฮะ" ความสับสนผุดขึ้นในหัว ซึงฮยอนต้องการอะไรกันแน่

"ฉันบอกให้ไปไง ฉันปล่อยนายแล้ว ไปซะสิ ไสหัวไป!" ซึงฮยอนตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าร้องและสายฝนที่กระหน่ำลงมา

พอรับรู้และทบทวนสิ่งได้ยินจนมั่นใจแน่แล้ว ซึงรีได้แต่ส่ายหน้า ทั้งๆที่เขาเพิ่งได้รับอิสระ แต่กลับปวดร้าวราวกับกำลังจะขาดใจตายจากสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไปเสียแล้ว

"ไม่ฮะ...ผมไม่ไป พี่จับผมมาแค่นี้เองเหรอ พ่อผมฆ่าแม่ของพี่นะ ถ้าพี่เจ็บปวดนักก็ลงที่ผมให้หมดเลยสิฮะ จะฆ่าผมเลยก็ได้ อย่าทำให้ผมสับสนแบบนี้ ถ้าผมไปแล้วทุกอย่างมันจะจบไหมฮะ พี่จะพบคำตอบจากการจับผมมาเกือบเดือนนี่รึเปล่า ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าพี่จะบอกผมว่า ทุกอย่างมันจบแล้ว!" ซึงรีเองก็ตะโกนแข่งกับสายฝนเช่นกัน เขาไม่ยินดีกับอิสระภาพที่ซึงฮยอนหยิบยื่นให้

"จบเหรอ...ไม่หรอก ไม่มีวันหรอกซึงรี" เป็นครั้งแรกที่ซึงฮยอนเอื้อนเอ่ยชื่อของซึงรีให้ได้ยิน

"พี่...เรียกผมว่าอะไรนะฮะ"

"มันจะไม่จบถ้าฉันไม่ได้บอกนาย ได้ยินรึเปล่า....มันยังจบไม่ได้"

"อะไรฮะ.....บอกผมมาสิ ยังเหลืออะไรอีก ผมยังต้องรับรู้อะไร.." ไม่ทันที่ซึงรีจะพูดจบ ร่างตรงหน้าก็ตรงเข้ากอดแล้วมอบจูบที่แตกต่างกว่าทุกครั้งให้แก่เขา แม้การกระทำแบบนี้จะเกิดขึ้นบ่อยคั้ง แต่ความรู้สึกครั้งนี้ยังไม่เคยเกิดขึ้น จูบที่อ่อนโยน ไม่ได้รุนแรงและหื่นกระหายอย่างทุกครั้ง ความรู้สึกที่กำลังจะขาดสติทำให้ซึงรีพยายามคว้าเอวของคนตรงหน้าเพื่อให้ตัวเองยังคงทรงตัวได้อยู่ สายฝนที่โหมกระหน่ำกลับว่างเปล่าในเมื่อตอนนี้เขาไม่รู้สึกอย่างอื่นเลยนอกจากริมฝีปากของซึงฮยอน ไม่รู้ว่านานแค่ไหนกว่าเขาจะถอนริมฝีปากนั้นออกแล้วตระกองกอดร่างบางอย่างนุ่มนวล

"ฉันรักนาย..." คำพูดที่ราวกับลอยมาจากที่ไกลแสนไกลกลับเรียกสติของซึงรีให้รู้สึกตัวได้

"พี่..." แทบไม่เชื่อหูตัวเอง คนที่เกลียดเขามากอย่างซึงฮยอนน่ะหรือจะพูดคำนี้กับเขาได้

"ที่โรงเรียน ฉันเองก็รู้จักนาย ฉันรู้ว่านายคอยแอบมองฉันมาตั้งแต่นายอยู่ ม.ต้น ฉันรู้ว่านายอยากเข้ามาพูดคุยกับฉันแค่ไหน ที่ฉันไม่เป็นฝ่ายเข้าไปทำความรู้จัก เพราะฉันคิดว่านายเด็กเกินไป แล้วที่ฉันทำกับนาย ฉันเองก็เจ็บปวด ทั้งๆที่นายเป็นลูกชายของคนที่ฆ่าแม่ฉัน ฉันกลับรู้สึกผิดทุกครั้งที่ตะคอกใส่หรือทำรุนแรงกับนาย ฉันต่อสู้กับความรู้สึกทั้งสองแง่นี้มาตั้งวันแรกที่จับนายมา ตอนนี้ฉันเลือกที่จะปล่อยนายไป จากที่ฉันเคยบอกว่าอยากให้พ่อนายเจ็บปวดที่ต้องมาเห็นคนที่เขารักอย่างนายทุกข์ทรมาน แต่คนๆนั้นกลับเป็นฉันเอง ฉันทนไม่ได้อีกแล้วที่ต้องเห็นนายร้องไห้ นายไปซะเถอะ จะไปแจ้งตำรวจจับฉันเลยก็ได้ แต่อย่าพูดเรื่องจียง ฉันไม่อยากให้เจ้านั่นเดือดร้อน" ซึงฮยอนเปิดเผยในทุกๆสิ่งที่อดกลั้นไว้มานาน แม้ท่ามกลางสายฝน ซึงรีก็สังเกตได้ว่าคนตรงหน้าก็กำลังร้องไห้อยู่เช่นกัน

"ผมไปไหนไม่ได้หรอกฮะ"

"ผมเองก็เห็นคนที่ผมรักเจ็บปวดไม่ได้เหมือนกัน"

"ผมจะอยู่กับพี่ แล้วก็จะชดเชยกับความรักที่พี่เสียไปตอนคุณแม่ตายด้วย"

"ผม...รักพี่นะฮะ" คำพูดสุดท้ายที่เอื้อนเอ่ยขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มบนหน้า ซึงรียิ้มให้ซึงฮยอนเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่สดใสและบริสุทธิ์เกินกว่าที่จะปนเปื้อนความเจ็บปวดใดๆ ซึงฮยอนรับรอยยิ้มนั้นไว้ด้วยอ้อมกอดของตัวเอง แม้สายฝนยังไม่หยุด แต่พายุที่โหมกระหน่ำในจิตใจของทั้งคู่ได้สงบลงแล้ว และไม่มีวันที่จะก่อตัวขึ้นได้อีกต่อไป

 

 

 

 

 

"นี่! พวกนายไปทำอะไรกันมาเนี่ย เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำ แถมผ้าก็เก็บไม่ทัน แล้วคืนนี้จะเอาเสื้อที่ไหนใส่ล่ะ เสื้อไม่มีให้เปลี่ยนแล้วนะ" จียงบ่นอุบ

"ก็นายดันทุรังตากผ้าเอง เลยต้องซักใหม่เลย ถ้าเอามาผึ่งพัดลมแต่แรกก็มีใส่แล้ว" ซึงฮยอนเถียงขึ้น

"แล้วทำไมไม่ทำเองหา....ดีแต่สั่งฉันทำ แล้วย่ำกันเข้ามาไม่สงสารคนถูบ้านบ้างเลยนะ"

"เดี๋ยวผมช่วยถูนะฮะ แต่สงสัยคืนนี้คงต้องนอนตัวเปียกอย่างงี้แล้ว ผมขอโทษที่เก็บผ้าให้พี่ไม่ทัน" ซึงรียิ้มน้อยๆ นั่นทำให้จียงแปลกใจเป็นอย่างมาก

"พวกนายสองคนออกไปเก็บผ้าหรืออะไรกันแน่...." เขาเลิกคิ้วถาม

ซึงฮยอนและซึงรีได้แต่ยิ้ม สุดท้ายคืนนั้นทั้งคู่ต้องยืมเสื้อคลุมของจียงใส่ไปก่อน ซึงฮยอนเข้ามานอนกับซึงรีแล้วก็ได้พูดคุยอย่างเป็นกันเองอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

"ทำไมนายถึงชอบมองท้องฟ้าล่ะ" อยู่ๆ ซึงฮยอนก็ถามขึ้น

"ไม่รู้สิฮะ "

"น่าเบื่อออก มีแต่ความว่างเปล่า ไม่เห็นจะมีอะไรเลย"

"ทำไมจะไม่มีล่ะฮะ ท้องฟ้ากว้างออกนะ ที่มองแล้วรู้สึกสนุกเพราะไม่รู้ว่าท้องฟ้ามันไปสุดที่ตรงไหนยังไงล่ะฮะ"

"อยากบินได้ไหม"

"อยากสิฮะ อากาศข้างบนคงสดชื่นน่าดูเลย"

"งั้นคืนนี้ ในฝัน ฉันจะพานายบินไปที่ไหนก็ได้ที่นายอยากไปเลยนะ"

"สัญญานะฮะ"

"สัญญาๆ บอกรักฉันก่อนสิ"

"ผมรักพี่ที่สุดเลย"

"ฉันก็รักนาย เท่าฟ้าเลยล่ะ"

อ้อมกอดละมุนและจูบที่อ่อนหวานขับกล่อมค่ำคืนนั้นให้ทั้งสองนอนหลับฝันดี ไม่ว่าในฝันนั้นจะเป็นอย่างไร แต่คงไม่มีกรงใดๆกักขังวิหคคู่นี้ได้อีกแล้ว

ฝันดีนะ นกที่น่ารัก...



I'll spread my wings and I'll learn how to fly

I'll do what it takes till I touch the sky

ฉันจะกางปีกและเรียนรู้ที่จะโบยบิน
จะทำทุกทางจนกว่าจะได้สัมผัสกับท้องฟ้า......






----------------------------------------------------------------------

ก็นะ เอาฟิคมาลง หุหุ อยากให้บล๊อคมีบีบีแบบครบวงจร

เอามาลงให้ชาวเรทอาร์แระเพื่อนๆอ่านกัน

 ยังไงชอบไม่ชอบก็เม้นต์บอกแระกันเน้อ แม้มันจะสั้นเว่อ

จนน่าตบก็เถอะนะ "ออกแนวจำเลยรักสุดๆ"

ไปแระๆ

edit @ 3 May 2008 16:48:26 by VIP :: NISA ::

Comment

Comment:

Tweet

อย่านะ ขออย่าให้เป็นจริงเลย

#4 By mewmew (210.4.147.40) on 2009-01-20 23:35

ขอกรี๊ดรับฟิคคู่นี้ก่อนเป็นอันดับแรก
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด 5555555
หาไม่ค่อยพบค่อยเจอ แต่ช๊อบชอบ
เทมอย่างโหดอ่ะเรื่องนี้ เข้ากับหน้าตา (เทม : เจ๊ ว่างี้มีเตะ)
แต่เราชอบ โหดๆ น้องหน้าตาดูเหมาะให้อิพี่แกล้ง แอบสงสารน้องนิดนึง ไม่มากมายเพราะชอบแนวนี้

#3 By GS♥ 20 ! on 2008-05-15 21:08

พี่โอ๋ ชอบแบบซาดิสม์เรอเนี่ย

ม่ายรุมาก่อนเลย เหอๆๆๆ
แต่เรื่องเข้มข้นได้จัย

สงสารน้องเราจังเลย


คราวหลังเปนฟิค เบริ ด้ายปะ

#2 By crazyboyz (118.172.38.191) on 2008-05-07 11:48

เท็มเจ๊ซะโหดเลยนะเนี่ย
แต่ขอบบอกชอบโหดๆๆแหละ ได้ใจมา (ซาดิซส์นะเนี่ย)

เปลี่ยนจากน้องอีเป็นพี่ได้ไหม พีจะยอมถูกกักขังเอง 55+

#1 By ja-ooo (118.174.113.87) on 2008-05-05 22:49